
ทำไมเราถึงโชคร้ายแบบนี้ ทำไมเขาถึงทำกับเราแบบนี้ ทำไมเราถึงไม่เก่งเหมือนคนอื่น
คำถามพวกนี้ฟังดูเหมือนกำลังคิด แต่จริงๆ มันไม่ได้พาไปไหนเลย เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้มีคำตอบ มันออกแบบมาให้เราจมอยู่กับความรู้สึก ยิ่งถามยิ่งวน
แทนที่จะถามว่าทำไมงานนี้ถึงพัง ลองถามว่าอะไรที่ทำให้มันพัง และรอบหน้าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ
คำถามแรกได้คำตอบเป็นคนผิด คำถามหลังได้คำตอบเป็นสิ่งที่ทำได้ ต่างกันตรงนี้เอง แต่ผลลัพธ์ต่างกันมาก
คำถามกว้างๆ อย่าง "จะทำยังไงให้ชีวิตดีขึ้น" ตอบไม่ได้หรอกครับ มันใหญ่เกินไปจนสมองไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
ลองแคบลงเป็น "อาทิตย์นี้จะทำอะไรหนึ่งอย่างที่ทำให้ตัวเองเหนื่อยน้อยลง" คำถามแบบนี้ตอบได้ และพอตอบได้ก็ทำได้ พอทำได้ก็ได้ผลจริง
ปัญหาที่วนอยู่ในหัวมันดูใหญ่เสมอ เพราะมันไม่มีขอบ พอเขียนลงกระดาษ มันจะมีขนาด และส่วนใหญ่จะเล็กกว่าที่รู้สึก
ลุงตี่ใช้วิธีเขียนคำถามหนึ่งบรรทัดบนสุด แล้วเขียนคำตอบที่เป็นไปได้ไล่ลงมาโดยไม่ต้องกรอง แม้แต่คำตอบที่ดูโง่ก็เขียน เพราะบางทีคำตอบที่ใช้ได้มันซ่อนอยู่ข้างๆ คำตอบที่โง่ที่สุด
คำถามนี้ได้ผลดีอย่างน่าประหลาด เพราะเรามักฉลาดกว่าตอนที่คิดให้ตัวเอง เวลาแนะนำเพื่อน เราไม่มีอารมณ์เข้ามาปน เลยเห็นทางออกที่มองไม่เห็นตอนเป็นเรื่องของเราเอง
ก่อนจะบอกว่าคิดไม่ออก ลองเขียนคำถามที่กำลังถามตัวเองลงกระดาษดู ถ้ามันขึ้นต้นด้วยทำไมและลงท้ายด้วยการโทษใครสักคน ลองเปลี่ยนคำถามก่อน แล้วคำตอบจะมาเอง
ผู้เขียน E-Book พัฒนาตัวเอง เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จากประสบการณ์จริง
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด