
เราเสียพลังงานไปเยอะมากกับการพยายามทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเขาผิดตรงไหน อธิบายแล้วอธิบายอีก หวังว่าสักวันเขาจะคิดได้ แล้วก็ผิดหวังซ้ำๆ
ลุงตี่ผ่านมาแล้วครับ และสิ่งที่ได้เรียนรู้คือ คนจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเขาอยากเปลี่ยนเอง ไม่ใช่เพราะเราอธิบายเก่งขึ้น การยอมรับข้อนี้ไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่าเราจะได้เอาพลังไปใช้กับเรื่องที่ทำได้จริง
เวลามีปัญหา เรามักเหมารวมว่า "เขาเป็นคนแบบนี้" พอตีตราไปแล้ว ทุกอย่างที่เขาทำก็จะดูแย่ไปหมด แม้แต่เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรา
ลองเปลี่ยนจาก "เขาเป็นคนไม่รับผิดชอบ" เป็น "งานชิ้นนี้ส่งช้าไปสามวัน" ประโยคแรกคุยกันไม่ได้เพราะเป็นการตัดสินตัวตน ประโยคหลังคุยกันได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่แก้ได้
บางความสัมพันธ์ไม่ได้ต้องการการแก้ไข แต่ต้องการระยะห่างที่เหมาะสม เราไม่จำเป็นต้องสนิทกับทุกคน แค่ทำงานร่วมกันได้อย่างสุภาพก็พอแล้ว การลดความคาดหวังลงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการเลิกเจ็บกับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นอย่างที่หวัง
คำถามนี้ช่วยลุงตี่ได้เยอะ เรื่องที่ทำให้เราเดือดจนนอนไม่หลับวันนี้ ส่วนใหญ่อีกห้าปีจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่บางเรื่องคำตอบคือยังสำคัญ เช่นเรื่องที่กระทบศักดิ์ศรีหรือความปลอดภัยของเรา เรื่องพวกนั้นต้องพูด ต้องจัดการ ไม่ใช่ปล่อยผ่าน คำถามนี้มีไว้ให้เราแยกสองอย่างนี้ออกจากกัน
เลิกพยายามเปลี่ยนเขา หันมาจัดการสิ่งที่เราคุมได้ คือระยะห่าง ความคาดหวัง และวิธีที่เราพูดถึงปัญหา แค่นี้ชีวิตก็เบาขึ้นเยอะแล้วhttps://www.youtube.com/watch?v=uH93B9u3gH0&list=RDuH93B9u3gH0&start_radio=1
ผู้เขียน E-Book พัฒนาตัวเอง เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จากประสบการณ์จริง
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด