
ลองมองรอบห้องตอนนี้ ของที่กองอยู่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพราะเราชอบมัน แต่อยู่ตรงนั้นเพราะเรายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาไงกับมัน
เสื้อที่ไม่ได้ใส่สองปีแต่ยังไม่ทิ้งเพราะเสียดาย กล่องที่ยังไม่ได้เปิดตั้งแต่ย้ายบ้าน ของพวกนี้คือการตัดสินใจที่ค้างอยู่ และการตัดสินใจที่ค้างมันกินพลังงานเราทุกครั้งที่เดินผ่าน แม้เราจะไม่รู้ตัว
อย่าเพิ่งคิดจะจัดทั้งบ้าน มันจะจบลงที่เราเหนื่อยกลางทางแล้วบ้านรกกว่าเดิม เลือกลิ้นชักเดียว หรือโต๊ะตัวเดียว ใช้เวลาสิบห้านาที
สิ่งที่ได้ไม่ใช่ลิ้นชักที่สะอาด แต่คือความรู้สึกว่าเราคุมอะไรได้สักอย่างในวันที่ทุกอย่างดูคุมไม่ได้ ความรู้สึกนั้นแหละที่มีค่า
ตอนหยิบของขึ้นมาแล้วถามว่าจะเก็บหรือทิ้ง เรากำลังฝึกทักษะเดียวกับที่ใช้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิต คือการยอมรับว่าเลือกอย่างหนึ่งแปลว่าเสียอีกอย่าง
ต่างกันแค่ว่าถ้าตัดสินใจผิดเรื่องเสื้อตัวเก่า เราไม่ได้เสียอะไรมาก มันคือสนามซ้อมที่เดิมพันต่ำที่สุดเท่าที่จะหาได้
ไม่ต้องถามว่ายังใช้ได้ไหม เพราะเกือบทุกอย่างยังใช้ได้ ให้ถามว่าถ้าวันนี้เห็นของชิ้นนี้ในร้าน จะซื้อไหมในราคานี้ ถ้าคำตอบคือไม่ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บมันไว้ให้เปลืองที่
จัดบ้านไม่ได้เปลี่ยนชีวิต แต่มันทำให้เราได้ซ้อมตัดสินใจวันละนิด และคนที่ตัดสินใจเรื่องเล็กได้เร็วขึ้น มักตัดสินใจเรื่องใหญ่ได้ดีขึ้นด้วย
ผู้เขียน E-Book พัฒนาตัวเอง เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จากประสบการณ์จริง
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!